Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladyinter > Main Forum > ทั่วไป ที่นี่มีเพื่อน
  New Posts New Posts RSS Feed: เราเป็นแม่ใจร้ายเกินไปไหม?
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

เราเป็นแม่ใจร้ายเกินไปไหม?

Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: เราเป็นแม่ใจร้ายเกินไปไหม?
    Posted: 06 May 2013 at 23:44 - IP: 83.254.203.90 IP Information
นั่งคิด นอนคิดเรื่องนี้มานาน ไม่รู้จะปรึกษาใคร ได้แต่ปล่อยให้เวลามันล่วงเลยไป
มาทำให้เราคิดมาก และคิดหนัก ตอนที่พาลูกไปสมัครเรียนต่อ ม.4 โรงเรียนใหม่
ลูกต้องกรอกประวัติส่วนตัวให้กับทางโรงเรียน และต้องเขียนชื่อ พ่อ
ตรงนี้ค่ะ ที่ทำให้เราอดหู่ใจเหลือเกิน  ลูกจำชื่อพ่อ ไม่ได้ Confused
 
ตอนแรกก็นั่งคิดเข้าข้างตัวเองว่า   เราหย่ากับพ่อเค้า ตั้งแต่เค้าอายุ 2 ขวบ เค้ายังเล็ก ทำให้เค้าไม่ค่อยสนิทกับพ่อ
พ่อจะมาหาก็วันหยุด มารับไปค้างบ้าง แต่ก็ไม่สนิทเท่าไร เพราะพ่อเค้าก็มีครอบครัวใหม่ และมีลูกใหม่
แต่พ่อเค้าก็ยังมาหาเค้า และพาไปค้างเหมือนเดิม  จนลูกชายอายุ 9 ขวบ พ่อเค้าก็เสีย เพราะเป็นโรคหัวใจ
จำได้ วันที่พ่อเค้าเสีย  ทางบ้านพ่อเค้าโทรมาหาเรา ให้พาลูกไปโรงพยาพาล หมอบอกว่า พ่อของลูกชายไม่ไหวแล้ว
วันนั้นกลับมาจากที่ทำงานพอดี พี่ชายก็กลับมาบ้านพอดี  พี่ชายเลยขับรถไปส่งให้ที่โรงพยาบาล
ไปถึง พ่อของลูกชายก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว พอหมอมาบอกว่า พ่อของลูกชายเสียแล้ว  เมียเค้า เป็นลมหมดสติไปเลย
เรา ซึ่งเลิกกับพ่อลูกชายมานานแล้ว และไม่คิดจะมองหน้าเค้าอีกเลย  แต่พอได้ยินคำนี้ ถึงกับขาอ่อนเหมือนกัน
ร้องไห้กอดลูกชาย ให้ลูกชายไปกราบลาพ่อ  เค้าก็ทำ แต่เค้า ไม่ร้องไห้เสียใจกับการจากไปของพ่อเค้าเลย
แต่กลับเป็นห่วงแม่ เห็นแม่ขาอ่อนและร้องไห้   เค้ากอดเรา และบอกว่า  แม่ แม่เรากลับบ้านกันเฮอะ
เราไม่รู้ว่า ความรู้สึกลูกชายตอนนั้นเป็นยังงัย คิดอย่างเดียวว่า เค้าต้องเสียใจมากๆๆๆ  แต่ทำไมไม่ร้องไห้
ทำไมไม่อยู่ดูหน้าพ่อ ทำไมเป็นห่วงแม่ ไม่อยากให้แม่ร้องไห้  เราก็ได้แต่คิดว่า สงสัยลูกชายไม่มีความผูกพันธ์กับพ่อเค้า
เลยไม่มีความรู้สึกว่า จะเสียพ่อไป  และเค้าก็ไม่เคยพูด หรือบ่นถึงพ่อเค้าเลย  จนทุกวันนี้เค้าอายุ 16 แล้ว ก็ไม่เคยพูดถึง
 
แต่เรา คนเป็นแม่ ห่วงความรู้สึกเค้าตลอดเวลา  ไม่กล้าถามว่า ลูกคิดถึงพ่อไหม กลัวถามเค้า แล้วจะทำให้เค้าคิดมาก
เชื่อไหมค่ะ  ไม่กล้าแม้กระทั่ง เก็บหรือติดรูปพ่อเค้าไว้ให้เค้าดู กลัวเค้าเห็นแล้วจะทำให้คิดถึง และพลอยจะทำให้เค้าคิดมาก
และสุดท้าย มาเห็นลูก จำชื่อพ่อเค้าไม่ได้   มันทำให้เราเจ็บ อย่างงัยแบบบอกไม่ถูกจริงๆ
 
อยากถามพี่ๆน้องๆว่า   เราใจร้ายเกินไปกับลูกไหมค่ะ ? ที่ไม่ติดหรือแขวนรูปพ่อของลูกชายไว้ให้เค้าดู  และไม่กล้าจะถามหรือพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกเค้าที่มีต่อพ่อ  กลัวจะเป็นการจุดประกายให้เค้าคิดหน่ะค่ะ
ไม่รู้จะทำยังงัย เลยอยากฟังความคิดเห็นของหลายๆท่านค่ะ
 
Back to Top
ไอรี View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 08 Feb 2011
Location: TH
Online Status: Offline
Posts: 4386
Post Options Post Options   Quote ไอรี Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 00:08 - IP: 110.49.243.82 IP Information
อย่าเครียดเลยค่ะ รีเองก้กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก คือก็รู้แหละว่าเค้าเป็นใคร แต่เค้าไม่ได้มาเลี้ยง ไม่ได้มาผูกพันธ์กะเรา มันไม่มีมาตั้งแต่แรก ถึงจะมาเลิกรากันตอนเรายังเล็กมันก้จำอะไรไม่ได้ เคยเห็นบ้าง แต่ก็ไม่ผุกพันธ์เหมือนคนที่เลี้ยงมา ไม่ใช่มาเลิกกันตอนลุกโตแล้ว อันนั้นก็น่าจะเปนปัญหาใหญ่

เยอะแยะไปพ่อทิ้ง อย่าดราม่า LOL
Back to Top
Ajisai View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 04 Dec 2010
Online Status: Offline
Posts: 273
Post Options Post Options   Quote Ajisai Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 00:25 - IP: 24.234.64.25 IP Information
"Don't let the past bother the future"
Back to Top
YS View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jan 2013
Online Status: Offline
Posts: 3560
Post Options Post Options   Quote YS Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 00:48 - IP: 62.167.150.51 IP Information
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจที่พ่อของลูกคุณที่ต้องจากไปค่ะ เข้าใจที่คนเป็นแม่นั้นไม่ว่าลูกจะรู้สึกอย่างไร แม่นั้นจะหนักกว่าลูกเสียอีก

คิดว่าตอนที่คุณหย่าขาดและต้องเป็นฝ่ายดูแลลูกเอง ลูกคุณไม่ได้ไปสนิทสนมกะทางครอบครัวของทางฝ่ายพ่อ คิดว่าตอนที่คุณหย่านี่คงมีเหตุที่ให้อภัยกันไม่ได้เลยจริงๆใช่ไหมคะ

ลูกชายของดิฉันก็ไกล้จะสิบเจ็ดอีกไม่กี่เดือนนี้ เราเองก้หย่าขาดจากพ่อเขามานานแล้วเหมือนกัน ตอนที่หย่านั้น เราพยายามไม่ให้ลูกเห็นว่าเราเสียอกเสียใจมาก แรกๆก็เคียดแค้นพ่อของเขาเลย คือก็ทะเลาะกันล่ะนะ เราหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกได้ยินที่เราสองคนทะเลาะกัน หลังๆก็ไปส่งลูกด้วยตัวเราเองที่บ้านพ่อเขา เราต้อนรับภรรยาใหม่ของเขาในบางครั้งที่บ้านเรา มาดื่มกาแฟ มาคุยกันธรรมดา
เราไม่ให้ลูกตัดความสัมพันธ์กะพ่อเขา คือให้พบกันตามที่ใจลูกปรารถนา เราถามลูกว่าสนุกไหมไปเที่ยว ไปนอนบ้านพ่อ เราให้เงินลูกซื้อของขวัญให้พ่อเขา ให้เมียใหม่พร้อม ทั้งหมดนี้ คือ การที่ให้ลูกเราแสดงความรักต่อพ่อของเขา ถึงแม้ว่าเราสองคนต่างคนต่างจบกันไปแล้ว พอเรามีแฟนใหม่ สามีเก่ากะแฟนใหม่ก็เจอกัน คุยกันได้สบายมาก คนเก่าและคนใหม่ก็ยังต้องมาช่วยกันขนย้ายข้าวของภายในบ้านช่วยกัน ทําให้ลูกชายเราไม่รู้สึกสูญเสียพ่อ ง่ายๆได้ทั้งพ่ออุปถัมป์ (แฟนใหม่ของเรา) มีทั้งพ่อแท้ๆ มีทั้งแม่อุปถัมป์ เรามีลูกชายคนเดียว
ลูกเราก็ได้ทั้งพี่ๆน้องๆ เพื่มเข้ามาในชีวิตเขาอีก (เมียใหม่ลูกติด สี่คน)

คุณอย่าโทาตัวเองเลยค่ะ ถ้าเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ได้ออกแบบมาให้ลงตัว เด็กนั้นเมื่อมีแม่ที่เป็นได้ทั้งพ่อทั้งแม่ ถือว่าไม่ได้ขาดอะไรในชีวิต แต่ตัวคุณเสียอีกที่ต้องทําจิตใจให่สดใส เข้มแข็ง ลูกนั้นละเอียดอ่อนมากเห็นแม่เศร้าเสียใจ เขาจะเสียใจ เห็นแม่มีความสุข เขาก็สุขด้วยค่ะ
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 01:54 - IP: 83.254.203.90 IP Information

คุณ  ไอรี     ขอบคุณมากนะค่ะ   ที่จริงไม่อยากดราม่าเลยค่ะ  แต่บางครั้งอาการที่อยู่ไกลลูก อดเป็นห่วงเค้า และอดคิดโน้นคิดนี้เกี่ยวกับเค้าและอดนึกถึงความรู้สีกลูกไม่ได้  เพราะเรื่องนี้มันเหมือนมีปมอยู่ในใจมานานแล้วหน่ะค่ะ ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เพราะไม่อยากให้ทุกคนไม่สบายใจไปกับเราด้วย

คุณ Ajisai  ขอบคุณมากค่ะ  บางครั้งเหงาๆ เราก็อดนึกถึงอดีตไม่ได้ แต่ก็ต้องพยายามข้ามไปให้ได้
 
คุณ YS   ขอบคุณอย่างมากค่ะ    ตอนที่หย่ากับสามีเก่า มันเป็นอะไรที่เกินพิกัดความอดทนแล้วค่ะ ให้อภัยเค้าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อาการที่ไม่อยากให้ลูกมีปมด้อยเพราะขาดพ่อ  เราจึงทนทุกสิ่งทุกอย่างและพยายามให้อภัยเค้าให้ได้ทุกครั้ง จนสุดท้ายเหนื่อยเหลือเกิน กำลังจะหมดเรี่ยวแรงแล้ว นั้นแหละค่ะถึงลุกขึ้นมาใหม่และ คิดว่าก่อนที่จะสูญเสียหมดทุกสิ่งทุกอย่าง เราจะต้องเด็ดขาดซักที และมันก็ถึงจุดจบของชีวิตคู่   แต่มันก็ทำให้รู้สึกผิดต่อลูก  ตอนนั้นนอนมองหน้าลูก ร้องไห้ทุกคืน เสียใจ แต่ไม่สามารถหยุดรั้งพฤติกรรมของคนที่ขึ้นชื่อว่า พ่อ ได้ เราจำเป็นต้องจูงมือลูกเป็นฝ่ายเดินถอยห่างออกมาเอง   อย่างหมดหนทางที่ดีกว่านี้แล้ว
 
ส่วนตัวลูกไม่สนิทกับทางฝ่ายพ่อเค้าเท่าไรค่ะ  เราก็ไม่ได้กีดกั้น ทุกวันนี้คุณปู่คุณย่าก็ยังโทรคุยกับเค้าอยู่  ส่วนเมียใหม่กับลูกของพ่อเค้า เราก็ไม่ได้ทะเลาะหรือไม่ได้รังเกียจ ตรงกันข้าม เราให้ความเป็นเพื่อนกับเค้าด้วยซ้ำไป เพราะรู้ว่า เค้าไม่รู้อะไร โดนสามีเก่าเราหลอกเหมือนกัน  เมื่อก่อนก็พาลูกไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าอยู่บ่อยๆ เพราะท่านทั้งสองยังรักและเอ็นดูเราเหมือนเดิม แต่จะห่างไปตอนช่วงที่เรามาอยู่ต่างประเทศ ลูกเลยห่างออกมาด้วย ทำให้เค้าไม่ค่อยสนิทฝ่ายโน้นเท่าไรตอนนี้
 
ที่บ้านจะอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ พี่น้องสี่คน ใครมีครอบครัวก็จะปลูกบ้านใกล้ๆกัน แบบรั้วติดกัน เพราะแม่อยากให้ลูกทุกคนอยู่ใกล้หูใกล้ตาดูอบอุ่น และพี่น้องทุกคนรู้ว่า ลูกชายเป็นเด็กที่ขาด  ลุงป้าน้าอาและยายก็พยายามเติมเต็มให้เค้า เพราะสงสารหลาน จนบางทีมันเกินไปจนทำให้เค้าค่อนข้างเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง  น่าจะเป็นจุดนี้ด้วยค่ะ อย่างที่คุณ YS ว่า เด็กเค้าไม่รู้สึกว่าขาด เค้าก็จะไม่คิดจะไม่ถามถึง  ทำให้มองเห็นอีกด้านหนึ่ง ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ
 
 
 


Edited by rakthai_eed - 07 May 2013 at 01:55
Back to Top
YS View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Jan 2013
Online Status: Offline
Posts: 3560
Post Options Post Options   Quote YS Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 02:49 - IP: 62.167.150.51 IP Information
คุณทําถูกต้องแล้วล่ะค่ะ ที่ไม่กีดกั้นคนรอบๆตัวของลูก ลูกคุณไม่ได้มีคุณเพียงคนเดียว เขาเติบโตมีคนรอบๆข้างเขาด้วย ปู่ย่า ตายาย เขาไม่ได้ขาดอะไร เขามีคุณพ่อเขา ถึงแม้จะจากไปแต่ก็ยังมีอีกหลายๆคนที่เป็นฐานสร้างเพื่อตัวเขาอยู่ คุณก้ไม่ต้องคิดเศร้าโทษตัวเองอะไรหรอกค่ะ เพราะนั่นจะไปเป้นการชี้ให้เขาเห็นว่าเขาขาดอะไรในชีวิตไป จริงๆแล้วเขามีพร้อมหมดนะ ทุกคนให้ความรักความเอาใจใส่ ถือว่าเป็นเด็กโชคดีมาก ตอนนี้เขาอยู่ในวัยรุ่น เขากําลังสนใจสิ่งรอบๆตัว การเรียนรู้ใหม่ๆ ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาว น่าภูมิใจที่เขาเติบโตได้ และมีการพัฒนาเป็นอย่างดี ลูกชายเราตอนนี้ก็สนใจแต่เรื่องอนาคตตัวเอง ทํางานพิเศษเก็บเงินซื้อรถ(คันแรก) ตัวเราเองก้เพิ่งสบายเพราะลูกโตแล้ว ตอนหย่าใหม่ๆเลี้ยงลูกคนเดียว ทํางานนอกบ้านนี่ เราก็วิ่งหัวฟูๆทุกวันค่ะ
Back to Top
nana5000 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 18 Jul 2011
Location: France
Online Status: Offline
Posts: 1364
Post Options Post Options   Quote nana5000 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 03:42 - IP: 24.157.164.218 IP Information
เข้ามาให้กำลังใจพี่อี๊ด
 
จำได้เรื่องแฟนเก่าพี่ และเข้าใจเหตุผลที่พี่เลือกลูกก่อน ส่วนเรื่องพ่อของลูกพี่อี๊ด ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยน้า เรื่องมันผ่านไปแล้ว เก็บไว้แค่ความทรงจำดีๆก็พอ
 
หนูจำหน้าน้องได้อ่ะเคยเห็นบ่อยในกล้อง น้องก็ดูท่าทางเป็นเด็กอารมณ์ดี ดูแล้วเท่าที่รู้ ก็มีครอบครัวที่อบอุ่น มียาย มีลุง รอบข้าง เป็นหนูก็คงแฮปปี้น่ะพี่
 
ชีวิตคนเราไม่มีใครเฟอร์เฟค แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำให้ตัวเรามีความสุขกับมันได้มากแค่ไหน บางที่ความทรงจำร้ายๆ กับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ดีเหมือนกันน่ะ มันสอนให้เราแข็มแข็ง
 
อย่าคิดมากเลยพี่ เมื่อไหร่น้องจะอยู่กับพี่อี๊ด หรือน้องอยากอยู่เมืองไทย
 
 
เวอร์ชั่น ผีอีแพง โอมกากาชิกากา จงมาเป็นผัวกูมา โอม!!!ให้ช้างลืมโขลง โอม!!!ให้โขลงลืมไพร โอม!!!ให้มันร้อนเร่า โอม!!!ให้มันรักใคร่ ฮึๆๆๆ
Back to Top
ivdwindt View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 18 Mar 2013
Location: holland
Online Status: Offline
Posts: 175
Post Options Post Options   Quote ivdwindt Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 04:12 - IP: 213.46.91.119 IP Information
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ กับเรื่องที่ผ่านมา ถ้าหากถามว่าเป็นแม่ที่ใจร้ายมั๊ย ตอบได้เลยค่ะ ว่าไม่มีซักนิด เพราะแม่คนนี้มักจะปกป้องความเจ็บปวดที่จะทำร้ายลูก คุณ จขกท รักลูกมากค่ะ ไม่มีแม่คนไหนที่จะคิดทำร้ายลูกตัวเอง นอกจากเธอคนนั้นไม่มีหัวใจเสียเลย 
น้องโตแล้ว คุณ จขกท น่าจะคุยได้แล้วนะคะ คุยเปิดอก จะได้ให้เค้าได้รับรู้ความรู้สึกของเราในตอนนั้น เค้าคงเข้าใจเราค่ะ เพราะว่าความรักของแม่นั้นทำได้ทุกสิ่งเพื่อลูกจริง ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ 
Back to Top
ไอรี View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 08 Feb 2011
Location: TH
Online Status: Offline
Posts: 4386
Post Options Post Options   Quote ไอรี Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 09:32 - IP: 110.49.243.82 IP Information
ประโยคที่ว่า เยอะแยะไปพ่อทิ้งอย่าดราม่า. เป็นประโยคจากหนังiron man 3 ค่ะไม่ไช่จะว่าให้ จขกท ค่ะ คือถ้าใครดูแล้วก้จะขำขำ
เพราะเรื่องแบบนี้มันมีอยุ่เยอะแยะ อย่าไปคิด ไปเครียดแทนเด็ก มันไม่ใช่ปัญหาไรใหญ่โตนักหนา ลูกยังไม่แซดแล้วเราจะเครียดแทนเพื่อ
Back to Top
LouLou View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 02 Jul 2012
Location: Under the moon
Online Status: Offline
Posts: 228
Post Options Post Options   Quote LouLou Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 09:56 - IP: 101.108.21.38 IP Information
คนเป็นแม่ก็งี้ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป เท่าที่อ่านดูลูกชายก็สบายดีนี่คะ คุณแม่อย่าเครียดมาก รู้ว่าห้ามยากไอ้ความเครียดเนี่ย ว่างๆก็คุยกับลูกดูสื่อสารแลกเปลี่ยนกันก็จะได้รู้มุมมองของเขาทั้งในเรื่องพ่อ และเรื่องอื่นๆด้วย
ความสุขถ้าแบ่งปันกันก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า แต่ความทุกข์ถ้าแบ่งปันกันจะลดลงครึ่งนึง
Back to Top
Tangkvvaa View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 12 Dec 2009
Location: Phuket
Online Status: Offline
Posts: 2112
Post Options Post Options   Quote Tangkvvaa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 10:20 - IP: 1.0.231.13 IP Information
เห็นด้วยนะคะ ถ้าลูกเรายังไม่เครียด เราก้อย่าไปเครียดแทนเค้าเลยค่ะ
พยายามเติมความรักเค้าให้เต็มดีกว่า เรื่องที่ผ่านมาแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ก็ให้มันแล้วไปเถอะค่ะ
ทำข้างหน้าให้ดีที่สุดดีกว่า Wink เราเชื่อค่ะว่าพี่ทำได้
Back to Top
gidget View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Apr 2010
Location: UK
Online Status: Offline
Posts: 962
Post Options Post Options   Quote gidget Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 12:15 - IP: 110.49.233.15 IP Information
ไม่เห็นว่าเป็นการใจร้ายในด้านไหนเลยค่ะ
●•●• bad art gallery •●•●
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 13:02 - IP: 83.254.203.90 IP Information
ขอคุณทุกท่านมากนะค่ะ  ยอมรับค่ะว่า บางทีก็ห่วงเค้าเกินไปจริงๆ
จะพยายามปล่อยวางค่ะ
Back to Top
sweetpie View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 04 Dec 2012
Online Status: Offline
Posts: 91
Post Options Post Options   Quote sweetpie Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 16:31 - IP: 180.183.201.71 IP Information
คุณไม่ได้เป็นแม่ที่ใจร้ายหรอกค่ะ

คุณไม่ได้ใจร้าย

คุณแค่เผชิญหน้ากับความจริง ไม่ได้ หรือ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง

ซึ่งนั่นก็ส่งผลกระทบกับลูกคุณ คุณพยายามปกป้องเขา สร้างกำแพงให้เขาสูงลิบลิ่ว

จนเขาไม่เคยรู้เลยว่า อะไรที่อยู่หลังกำแพง

คำแนะนำของเราคือ

อย่าเอาความรัก ความห่วง ของเรา มาปิดกั้นการรับรู้ของคนอีกคนเลยค่ะ ถึงเขาจะเป็นลูกของเราก็ถอะ

ให้โอกาสเขาเอง ในการตัดสินว่าเขาจะรับมันอย่างไร เขาจะเผชิญหน้ากับมันอย่างไร
Back to Top
greensport View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Sep 2012
Online Status: Offline
Posts: 1188
Post Options Post Options   Quote greensport Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 07 May 2013 at 18:36 - IP: 172.16.2.172 IP Information
ตอบในฐานะ เด็กที่โตมาจาก broken home นะคะ ,,,

คุณไม่ได้ใจร้ายหรอกคะ 
พ่อแม่ หย่ากันตั้งแต่ 4 ขวบ ขณะนั้นน้องชาย แค่ขวบเดียว
ทุกวันนี้น้องก็จะชื่อพ่อไม่ได้เหมือนกันคะ
แล้วก็ไม่มีใครคิดที่จะพูดถึงเรื่องเก่าๆด้วย
ถ้าน้องกรอกไม่ได้ ก็คุณแม่ หรือ ไม่เราก็กรอกให้

เอาจริงๆแล้ว เค้าคงไม่รู้สึกเสียใจอะไรมากมายหรอกคะ
เพราะว่า ไม่มีความผูกพันธ์ ทั้งเราและน้อง ไปสามารถคุยกับคุณพ่อแท้ๆได้
แต่คุณพ่อที่คุณแม่แต่งงานใหม่ด้วย กลับรู้สึกต่างกันสิ้นเชิง
ไม่เคนทะเลาะกับเค้าเลย กินข้าวด้วยนะนั่งดูหนังด้วยกัน

อย่าเอาอดีตมาขีดอนาคตคะ ถ้าเค้าอยากรู้คงกล้าถามมาเอง
เราไม่เคยถามเรื่องนี้กับคุณแม่เลย เพราะไม่อยากรู้
เคารพการตัดสินใจของแม่ ว่าทำไมแม่ถึงเลือกแบบนี้
Don't rush into love, because even in fairy tales, the happy ending takes place on the last page.

Don't let me go cos I will never look back again
Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.126 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ DOTCOMTHAI Support

free counters