Ladyinter.com Homepage
Forum Home Forum Home > Lady Friends > สะใภ้ สวีเดน / Sweden
  New Posts New Posts RSS Feed: เด็กอายุ 16 ปรับตัวยากไหมเมื่อต้องย้ายมาสวีเดน
  FAQ FAQ  Forum Search   Register Register  Login Login

เด็กอายุ 16 ปรับตัวยากไหมเมื่อต้องย้ายมาสวีเดน

Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: เด็กอายุ 16 ปรับตัวยากไหมเมื่อต้องย้ายมาสวีเดน
    Posted: 28 Jan 2013 at 04:24 - IP: 83.254.203.90 IP Information
สวัสดีค่ะ  พอดีกำลังวางแผนเอาลูกชายมาอยู่สวีเดน  แต่เป็นห่วงเค้ามากๆ กับการปรับตัว ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่กว่าจะปรับตัวได้เล่นเอาท้อไม่รู้กี่ครั้ง และลูกชายก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆ เพราะเด็กเล็กๆจะปรับตัวได้ง่าย เค้ากำลังวัยรุ่นอายุ 16 ปี กำลังติดเพื่อนเลยค่ะ เลยไม่รู้จะลำบากมากแค่ไหนกับเด็กอายุช่วงนี้ กลัวเอาลูกมาลำบากเหลือเกินค่ะ
มีใครพาลูกมาอยู่สวีเดนช่วงอายุเท่านี้บ้างค่ะ และเค้าปรับตัวยากง่ายอย่างไร รบกวนช่วยแชร์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ


Edited by rakthai_eed - 28 Jan 2013 at 14:17
Back to Top
Icelemon View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 03 Apr 2011
Location: Bangkok
Online Status: Offline
Posts: 635
Post Options Post Options   Quote Icelemon Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 15:50 - IP: 182.53.202.52 IP Information

คำถามตรงใจเรามากเลยค่ะ ตอนนี้เราก็กำลังเตรียมเรื่องวีซ่า จะพาลูกไปอยู่ด้วย อายุไล่เลี่ยะลูกคุณเลยค่ะ Smile บ้านแฟนก็อยู่ในป่าอีกConfused เพื่อนไม่มีเลยสักคน...มารอฟังด้วยคนค่ะ Smile

Back to Top
Daa2 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 Jul 2011
Location: Sweden
Online Status: Offline
Posts: 4154
Post Options Post Options   Quote Daa2 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 16:05 - IP: 46.59.74.103 IP Information
สวัสดีจ้าน้องอิ๊ด มีลูกโตตั้ง 16ปีแล้วเหรอนี่ ป้าดาไม่เคยมีลูกหร๊อก อาจจะแน๊ะนำได้ไม่ดีเท่าแม่ตัวจริง แต่เห็นจากเพื่อนๆ และคนอบครัวที่เอาลูกมาตอนโต แม่ค่อนข้างจะทำงานหนัก ถ้าถามว่าเด็กจะปรับตัวยากไหม มันก็คงเป็นคนๆ ลูกสาวลูกชายเพื่อนคนโตมา 17คนลองมา 14 เด็กสองคนนี้ไฝ่ดีน่ารักทั้งคู่ คนโตนั้นจบsasแล้วก็ไปเรียนวิชาชีพโลจัสติก ตอนนี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ทำงานที่อิเกีย วางแผนว่าจะขอย้ายกับไปไทย คนรองนั้นจบsasแล้วก็ไปเรียนครูยิมนอเชี่ยม ก็เป็นครูไปแล้วเช่นกัน ซึ่งเด็กมาตอนโตป้าดายัังไม่เคยเห็นครัวไหนดูแลลูกได้แบบครอบครัวนี้เลย ที่ป้าดาว่าเอาลูกมาตอนโตแม่ต้องทำงานหนักก็เพราะว่า นอกจากอี๊ดจะเป็นแม่แล้วอี๊ดต้องเป็นเพื่อนที่ใส่ใจเขามากๆ เป็นหลายเท่ากว่าอยู่เมืองไทย   เพราะเด็กsvankวัยนี้ เขาจะไม่ค่อยคบเด็กต่างชาติเป็นเพื่อน ไม่เหมือนเด็กเล็กๆ ช่วงใหม่ๆสภาพจิตรใจเด็กจะแย่มาก พูดสื่อสารกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง เรียนยังไม่รู้เรื่องอีก ว่าครูว่าเพื่อนพูดอะไรกัน แถมเพื่อนในห้องก็ไม่มี ช่วงระยะนี้เด็กจะมีแค่แม่เท่านั้นที่คุยกันได้ อี๊ดจะต้องใส่ใจเขามากถึงมากที่สุด ถ้าเขาผ่านช่วงความรู้สึกนี้ไปได้ด้วยดี ทุกอย่างก็จะดีตามมาเป็นลำดับ และะช่นกันถ้าเด็กเก็บเกี่ยวความรู้สึกไม่ดี เจอประสบการณไม่ดีมาในเวลาดังกล่าว มันก็จะมีผลกับชีวิตรเด็กแบบนั้น ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่แม่จะดูแลลูกวัยนี้ได้ดี เพราะป้าดาจะเห็นบ่อยช่วงที่ป้าดายังไปโรงเรียน บ้านจะอยู่ไกล้สวนสาธารณะ เช้ามาก็เห็นเด็กไทยสาสี่คน บางวัก็มีมากน้อยกว่านี้ นั่งจับกลุ่สูบบุหรีกินเบียร์กันอยู่แถวนั้นแหล๊ะ กลับมาจากเรียนก็ยังอยู่ที่เดิม บ่ายสองโรงเรียนเลิก ก็แยกวงกลับบ้าน ใต้อพาทเม้นต์ป้าดาจะมีร้านชำ เคยได้ยินคนsvankแถวนั้นคุยกันว่า มีเด็กๆมาจ้างให้ซื้อเบียร์ซื้อบุหรี่ให้บ่อยๆ นานๆก็จะมีคนแจ้งถึงจะเห็นรถตำรวจมาวนตรวจซ๊ะที แต่เรื่องแย่ๆเหล่านี้ ตำรวจตามมันไม่ทันหรอก ถ้าอี๊ดดูแลเขาดีถูกทาง ก็คงจะไม่มีปัญหาค่ะ คนไทยที่นี่ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องเรียน ยิ่งของฟรีก็ยิ่งไม่ใส่ใจไม่รู้เป็นไง หายใจเข้าออกเป็นแต่เงิน อยากหาแต่งานทำ ป้าดาก็เข้าใจน๊ะว่าบางคนมีภาระ มีคนคอยพึ่งอยู่ข้างหลัง แต่ก็ไม่ควรทิ้งเรื่องเรียน พอได้งานทุกอย่างก็จบสำหรับเรื่องเรียน พอตัวเองไม่ให้ความสำคัญ ก็ไม่เข้มงวดกับลูก    และบางคนควบคุมลูกไม่ได้ บ่นว่าไม่ได้ มันอ้างสิทธิ์เสรีภาพอย่างฝรั่ง แต่เรื่องดีๆที่ฝรั่งเขาทำ มันไม่เคยเอา อี๊ดต้องคุยต้องให้กำลังใจเขา คอยกระตุ้นเรื่องเรียนเรื่องอนาคตเขาตลอด แต่ก็อย่ามากเกิน จนเขาอึดอัดหรือคิดว่าแม่เข้มงวดจนเกินไป เพราะเขาอาจเครียดเอาได้ ไม่ตึงแต่ก็ไม่หย่อนจเหมือนตามใจ วิธีเลียงลูกแบบไทยๆ ป้าดายังเห็นว่าเรายังใช้ได้ดีอยู่น๊ะ เราก็เอามาประยุกต์ใช้ได้ ส่วนแบบฝรั่ง อันไหนดีเหมาะสม เราก็ยอมรับและใช้ตามวิธีนั้นด้วยควบคู่กันไป
เมื่ออารมณ์โกรธเข้าประตูหน้า.... สติปัญญามักจะถอยหนีประตูหลัง
Ud/Thailand & Sweden/Landskrona


Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 16:25 - IP: 83.254.203.90 IP Information
Originally posted by Icelemon

คำถามตรงใจเรามากเลยค่ะ ตอนนี้เราก็กำลังเตรียมเรื่องวีซ่า จะพาลูกไปอยู่ด้วย อายุไล่เลี่ยะลูกคุณเลยค่ะ Smile บ้านแฟนก็อยู่ในป่าอีกConfused เพื่อนไม่มีเลยสักคน...มารอฟังด้วยคนค่ะ Smile

ค่ะคุณ Icelemon ถ้าเค้ายังเล็ก เราจะไม่กลุ้มใจเท่านั้น แต่นี้เค้าวัยรุ่นแล้ว ฝึกหัดมันก็ยากตามช่วงวัยเค้า ยิ่งเด็กช่วงนี้กำลังต้องการเพื่อน ทนกับความเหงาไม่ค่อยได้ ต้องพยายามหาทางออกให้ได้  สำคัญที่ภาษา ภาษาอังกฤษลูกชายก็ไม่ชอบเลย เคี่ยวเข็ญยังงัยก็ไม่เอา ขนาดเราเป็นอังกฤษ ช่วงที่ยังไม่เป็นสวีดิช ยังอยากจะกลับเมืองไทยซะไม่รู้กี่ครั้ง และเด็กวัยรุ่น ความอนดทน และความยับยั้งช่างใจ ยังไม่มี  มองภาพไม่ออกจริงๆ มันเลยเป็นปัญหาใหญ่มากๆสำหรับคนเป็นแม่อย่างเรา
Back to Top
Thawan26 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Jun 2011
Location: sweden
Online Status: Offline
Posts: 108
Post Options Post Options   Quote Thawan26 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 16:30 - IP: 78.82.111.8 IP Information
มีคนรู้จักเอาลูก อายุ 17 ปีมาอยู่สวีเดน บ้านเค้าก็อยู่นอกเมือง ค่อยข้างเป็นป่า
สรุป ลูกชายเค้าอยู่ไม่ได้ค่ะ ขอกลับไปอยู่ไทยค่ะ
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 16:37 - IP: 83.254.203.90 IP Information
Originally posted by Daa2

สวัสดีจ้าน้องอิ๊ด มีลูกโตตั้ง 16ปีแล้วเหรอนี่ ป้าดาไม่เคยมีลูกหร๊อก อาจจะแน๊ะนำได้ไม่ดีเท่าแม่ตัวจริง แต่เห็นจากเพื่อนๆ และคนอบครัวที่เอาลูกมาตอนโต แม่ค่อนข้างจะทำงานหนัก ถ้าถามว่าเด็กจะปรับตัวยากไหม มันก็คงเป็นคนๆ ลูกสาวลูกชายเพื่อนคนโตมา 17คนลองมา 14 เด็กสองคนนี้ไฝ่ดีน่ารักทั้งคู่ คนโตนั้นจบsasแล้วก็ไปเรียนวิชาชีพโลจัสติก ตอนนี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ทำงานที่อิเกีย วางแผนว่าจะขอย้ายกับไปไทย คนรองนั้นจบsasแล้วก็ไปเรียนครูยิมนอเชี่ยม ก็เป็นครูไปแล้วเช่นกัน ซึ่งเด็กมาตอนโตป้าดายัังไม่เคยเห็นครัวไหนดูแลลูกได้แบบครอบครัวนี้เลย ที่ป้าดาว่าเอาลูกมาตอนโตแม่ต้องทำงานหนักก็เพราะว่า นอกจากอี๊ดจะเป็นแม่แล้วอี๊ดต้องเป็นเพื่อนที่ใส่ใจเขามากๆ เป็นหลายเท่ากว่าอยู่เมืองไทย   เพราะเด็กsvankวัยนี้ เขาจะไม่ค่อยคบเด็กต่างชาติเป็นเพื่อน ไม่เหมือนเด็กเล็กๆ ช่วงใหม่ๆสภาพจิตรใจเด็กจะแย่มาก พูดสื่อสารกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง เรียนยังไม่รู้เรื่องอีก ว่าครูว่าเพื่อนพูดอะไรกัน แถมเพื่อนในห้องก็ไม่มี ช่วงระยะนี้เด็กจะมีแค่แม่เท่านั้นที่คุยกันได้ อี๊ดจะต้องใส่ใจเขามากถึงมากที่สุด ถ้าเขาผ่านช่วงความรู้สึกนี้ไปได้ด้วยดี ทุกอย่างก็จะดีตามมาเป็นลำดับ และะช่นกันถ้าเด็กเก็บเกี่ยวความรู้สึกไม่ดี เจอประสบการณไม่ดีมาในเวลาดังกล่าว มันก็จะมีผลกับชีวิตรเด็กแบบนั้น ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่แม่จะดูแลลูกวัยนี้ได้ดี เพราะป้าดาจะเห็นบ่อยช่วงที่ป้าดายังไปโรงเรียน บ้านจะอยู่ไกล้สวนสาธารณะ เช้ามาก็เห็นเด็กไทยสาสี่คน บางวัก็มีมากน้อยกว่านี้ นั่งจับกลุ่สูบบุหรีกินเบียร์กันอยู่แถวนั้นแหล๊ะ กลับมาจากเรียนก็ยังอยู่ที่เดิม บ่ายสองโรงเรียนเลิก ก็แยกวงกลับบ้าน ใต้อพาทเม้นต์ป้าดาจะมีร้านชำ เคยได้ยินคนsvankแถวนั้นคุยกันว่า มีเด็กๆมาจ้างให้ซื้อเบียร์ซื้อบุหรี่ให้บ่อยๆ นานๆก็จะมีคนแจ้งถึงจะเห็นรถตำรวจมาวนตรวจซ๊ะที แต่เรื่องแย่ๆเหล่านี้ ตำรวจตามมันไม่ทันหรอก ถ้าอี๊ดดูแลเขาดีถูกทาง ก็คงจะไม่มีปัญหาค่ะ คนไทยที่นี่ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องเรียน ยิ่งของฟรีก็ยิ่งไม่ใส่ใจไม่รู้เป็นไง หายใจเข้าออกเป็นแต่เงิน อยากหาแต่งานทำ ป้าดาก็เข้าใจน๊ะว่าบางคนมีภาระ มีคนคอยพึ่งอยู่ข้างหลัง แต่ก็ไม่ควรทิ้งเรื่องเรียน พอได้งานทุกอย่างก็จบสำหรับเรื่องเรียน พอตัวเองไม่ให้ความสำคัญ ก็ไม่เข้มงวดกับลูก    และบางคนควบคุมลูกไม่ได้ บ่นว่าไม่ได้ มันอ้างสิทธิ์เสรีภาพอย่างฝรั่ง แต่เรื่องดีๆที่ฝรั่งเขาทำ มันไม่เคยเอา อี๊ดต้องคุยต้องให้กำลังใจเขา คอยกระตุ้นเรื่องเรียนเรื่องอนาคตเขาตลอด แต่ก็อย่ามากเกิน จนเขาอึดอัดหรือคิดว่าแม่เข้มงวดจนเกินไป เพราะเขาอาจเครียดเอาได้ ไม่ตึงแต่ก็ไม่หย่อนจเหมือนตามใจ วิธีเลียงลูกแบบไทยๆ ป้าดายังเห็นว่าเรายังใช้ได้ดีอยู่น๊ะ เราก็เอามาประยุกต์ใช้ได้ ส่วนแบบฝรั่ง อันไหนดีเหมาะสม เราก็ยอมรับและใช้ตามวิธีนั้นด้วยควบคู่กันไป
ขอบคุณป้าดามากๆค่ะ   อี๊ดอ่านไปน้ำตาไหลไป  เห็นภาพเลย ปัญหานี่แหละค่ะที่อี๊ดกลัว   อี๊ดยอมรับจริงๆว่า ยังไม่แกร่งพอกับการใช้ชีวิตในสวีเดน  ถ้าลูกมาอยู่ด้วย และมาเจอแม่แบบนี้ ไม่รู้ว่าเค้าจะสู้กับสิ่งแวดล้อมของที่นี่ได้ซักแค่ไหน   คนที่พาลูกมาและจูงลูกเดินได้อย่างแข็งแรงอี๊ดนับถือจริงๆ 
ปัญหาที่อยู่อาศัย อาหารการกิน สำหรับลูกมันไม่มีป้ญหา
แต่ปัญหาเรื่องการใช้ชีวิต และความรู้สึกของเค้านี้ซิ อี๊ดเป็นห่วงจริงๆ
เมื่อก่อนเค้าเคยมาเที่ยว มาอยู่ไม่ถึงเดือน เค้ายังบ่นว่า เหงาจัง และมาอยู่เลย จะทนได้อย่างงัย  เฮ้อ...
 


Edited by rakthai_eed - 28 Jan 2013 at 16:55
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 16:46 - IP: 83.254.203.90 IP Information
Originally posted by Thawan26

มีคนรู้จักเอาลูก อายุ 17 ปีมาอยู่สวีเดน บ้านเค้าก็อยู่นอกเมือง ค่อยข้างเป็นป่า
สรุป ลูกชายเค้าอยู่ไม่ได้ค่ะ ขอกลับไปอยู่ไทยค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณ Thawan   ใช่ค่ะได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน   ทำให้เราต้องนั่งคิดแล้วคิดอีก  พอดีตอนนี้ที่บ้านแม่อายุมากขี้น แกก็จะขี้บ่น เพราะเป็นห่วงหลาน   หลานก็เข้าวัยรุ่น ที่นี่ก็จะเถียงกันประจำ  พี่น้องที่อยู่เค้าก็มีลูกมีครอบครัวของเค้า   และลูกๆของแต่ละคนก็เข้าวัยรุ่นกันทั้งนั้น เลยทำให้แม่ที่เป็นยายของหลานๆ ปวดหัวกับวัยรุ่นพวกเนี่ยอยู่บ่อยๆ  เราเลยอยากจะแยกเค้า ออกมา ยายจะได้เพลาๆเรื่องทะเลาะกับหลานๆบ้าง
เป็นห่วงท่านนะค่ะ
Back to Top
Daa2 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 25 Jul 2011
Location: Sweden
Online Status: Offline
Posts: 4154
Post Options Post Options   Quote Daa2 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 17:04 - IP: 46.59.74.103 IP Information
 แต่ถ้าสมมุติว่าป้าดามีลูก ถ้าเล็กๆสามสี่ขวบเอามาแน่นอน   แต่ถ้าเกินสิบขวบไปแล้ว  ป้าไม่เอามาหร๊อก คอยให้เขาจบมหาวิทยาลัยก่อนดีกว่า  ค่อยรับรองหรือหาทางหางาน ให้เขามาเป็นวีทำงาน หรือเรียนต่อเพิ่มเติมเฉพาะทางไปดีกว่า หรือเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ อี๊ดดอาจไม่เห็นความจำเป็นที่จะเอาเขามาแล้วก็ได้ นอกจากมาเยี่ยมมาเที่ยว ช่วงนี้ถ้าเราคิดถึง เราก็ไปเยี่ยมเขา หรือช่วงปิดเทอมก็ให้เขามาเที่ยวบ้างจะดีกว่า ป้าดาว่าลูกอี๊ดเขาอยู่กับญาติพี่น้องที่ไทย เขาก็น่าจะมีชีวิตรที่โอเคอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงแม่อยากให้มาอยู่ด้วยเฉยใช่ไหม ไม่ใช่เพราะเด็กเรียกร้องจะมา อีกอย่างอี๊ดก็ต้องดูที่ความสมัครใจของลูกด้วย ถ้าเขาอยากจะมาจริงๆก็ลองดู    แต่ถ้าเป็นเพียงความรู้สึกอี๊ด ที่อยากให้เขามา โดยเขาแค่ห้าสิบห้าสิบ หรือไม่อยากจะมา ก็ให้เขาอยู่ที่ไทย เรียนให้จบก่อนดีกว่าไหม
เมื่ออารมณ์โกรธเข้าประตูหน้า.... สติปัญญามักจะถอยหนีประตูหลัง
Ud/Thailand & Sweden/Landskrona


Back to Top
The mountain & snow View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Jan 2012
Location: Aus & Finland
Online Status: Offline
Posts: 1120
Post Options Post Options   Quote The mountain & snow Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 19:00 - IP: 91.145.106.136 IP Information
ขอแชร์นะค่ะ ที่สวีเดนมีเพื่อนเราคนหนึ่งที่เขาเอาลูกชายไปอยู่ด้วย 3 คน เด็กๆเขาก็อยู่กันได้ แต่ว่าตอนนั้นเด็กแต่ละคนอายุแค่สิบขวบกว่าๆเองค่ะ ส่วนลูกชายจขกท.อายุ 16 ปีซึ่งถือว่าเป็นเด็กโตแล้ว และถ้าเกิดว่าเขาได้ย้ายมาอยู่กับคุณตอนนี้และเขาไม่มีเพื่อนคนไทยที่นี่เขาคงเหงาแน่นอนค่ะ และคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกนาน สำหรับที่ฟินแลนด์โดยเฉพาะในเมืองที่เราอยู่ เราเห็นเด็กไทยอายุระหว่าง 12-18 ปี ค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่ถ้าใครทำเรื่องติดตามแม่มาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เขาจะมาเป็นเพื่อนกันค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะได้ไปเรียนโรงเรียนเดียวกันด้วย ที่ห้องเราตอนนี้ก็มีอยู่ 5 คน เห็นด้วยกับคห.ข้างบนค่ะ ถ้าจะเอาลูกมาอยู่ด้วยควรถามความสมัครใจของลูกดูก่อน เราเองก็เคยถามลูกชายคนเล็กซึ่งมีอายุเท่ากันกับลูกชายของคุณเหมือนกัน แต่คนนี้เขาปฎิเสธเราเลยว่า เค้าไม่มาตอนนี้ก็แอบไปเป็นนักเรียนที่กรมอู่ทหารเรือเรียบร้อยแล้ว เด็กในวัยนี้ค่อนข้างติดเพื่อนค่ะส่วนเราคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้มีอนาคตที่ดี สรุปแล้วการพบกันครึ่งทางก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายค่ะ Smile
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 20:10 - IP: 83.254.203.90 IP Information
Originally posted by Daa2

 แต่ถ้าสมมุติว่าป้าดามีลูก ถ้าเล็กๆสามสี่ขวบเอามาแน่นอน   แต่ถ้าเกินสิบขวบไปแล้ว  ป้าไม่เอามาหร๊อก คอยให้เขาจบมหาวิทยาลัยก่อนดีกว่า  ค่อยรับรองหรือหาทางหางาน ให้เขามาเป็นวีทำงาน หรือเรียนต่อเพิ่มเติมเฉพาะทางไปดีกว่า หรือเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ อี๊ดดอาจไม่เห็นความจำเป็นที่จะเอาเขามาแล้วก็ได้ นอกจากมาเยี่ยมมาเที่ยว ช่วงนี้ถ้าเราคิดถึง เราก็ไปเยี่ยมเขา หรือช่วงปิดเทอมก็ให้เขามาเที่ยวบ้างจะดีกว่า ป้าดาว่าลูกอี๊ดเขาอยู่กับญาติพี่น้องที่ไทย เขาก็น่าจะมีชีวิตรที่โอเคอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงแม่อยากให้มาอยู่ด้วยเฉยใช่ไหม ไม่ใช่เพราะเด็กเรียกร้องจะมา อีกอย่างอี๊ดก็ต้องดูที่ความสมัครใจของลูกด้วย ถ้าเขาอยากจะมาจริงๆก็ลองดู    แต่ถ้าเป็นเพียงความรู้สึกอี๊ด ที่อยากให้เขามา โดยเขาแค่ห้าสิบห้าสิบ หรือไม่อยากจะมา ก็ให้เขาอยู่ที่ไทย เรียนให้จบก่อนดีกว่าไหม
ที่จริงมันเป็นความต้องการของอี๊ดเองค่ะป้าดา  อี๊ดคิดถึงและเป็นห่วงเค้านะค่ะ พอคิดถึงเค้าทีไรก็อดคิดไม่ได้เลยว่า เราเป็นแม่ประสาอะไรไม่ดูแลลูกเอง ปล่อยภาระไว้ให้คนอื่น ยิ่งเค้าเข้าวัยรุ่น  ที่นี่พี่ๆน้องๆและแม่อีดก็จะต้องรับภาระหนักทีเดียว   แต่ถามว่า ลูก อยากมาใหม่ ถามกี่ครั้งเค้าก็ตอบเหมือนเดิม เมื่อกี้ก็เพิ่งถามกับเค้าอีกครั้ง ก็ยังได้คำตอบเหมือนเดิม ยังงัย เค้าก็ไม่อยากมา 
เดียวกลับบไทยครั้งนี้ คงต้องถามเค้าอีกครั้ง ถ้าเค้าไม่อยากมาจริงๆ คงต้องทำอย่างป้าดาบอก  ให้เค้าเรียนจบมหาลัย และค่อยดูให้เค้ามาเรียนเสริมที่นี้เอา
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 28 Jan 2013 at 20:18 - IP: 83.254.203.90 IP Information
Originally posted by The mountain & snow

ขอแชร์นะค่ะ ที่สวีเดนมีเพื่อนเราคนหนึ่งที่เขาเอาลูกชายไปอยู่ด้วย 3 คน เด็กๆเขาก็อยู่กันได้ แต่ว่าตอนนั้นเด็กแต่ละคนอายุแค่สิบขวบกว่าๆเองค่ะ ส่วนลูกชายจขกท.อายุ 16 ปีซึ่งถือว่าเป็นเด็กโตแล้ว และถ้าเกิดว่าเขาได้ย้ายมาอยู่กับคุณตอนนี้และเขาไม่มีเพื่อนคนไทยที่นี่เขาคงเหงาแน่นอนค่ะ และคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกนาน สำหรับที่ฟินแลนด์โดยเฉพาะในเมืองที่เราอยู่ เราเห็นเด็กไทยอายุระหว่าง 12-18 ปี ค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่ถ้าใครทำเรื่องติดตามแม่มาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เขาจะมาเป็นเพื่อนกันค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะได้ไปเรียนโรงเรียนเดียวกันด้วย ที่ห้องเราตอนนี้ก็มีอยู่ 5 คน เห็นด้วยกับคห.ข้างบนค่ะ ถ้าจะเอาลูกมาอยู่ด้วยควรถามความสมัครใจของลูกดูก่อน เราเองก็เคยถามลูกชายคนเล็กซึ่งมีอายุเท่ากันกับลูกชายของคุณเหมือนกัน แต่คนนี้เขาปฎิเสธเราเลยว่า เค้าไม่มาตอนนี้ก็แอบไปเป็นนักเรียนที่กรมอู่ทหารเรือเรียบร้อยแล้ว เด็กในวัยนี้ค่อนข้างติดเพื่อนค่ะส่วนเราคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้มีอนาคตที่ดี สรุปแล้วการพบกันครึ่งทางก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายค่ะ Smile
ขอบคุณค่ะ คุณ The mountain&snow ใช่ค่ะ ถ้าลูกชายยังเล็กกว่านี้ซักหน่อย จะไม่คิดมากขนาดนี้  แต่ก็เอาอีกนั้นแหละ เมื่อก่อนตอนที่เค้ายังเล็กอยู่ จะเอามาทางบ้านแม่และพี่น้องก็ไม่ยอม เป็นห่วงหลาน  เคยเอามาเที่ยวไม่ถึงเดือน  เห็นหลานบ่นว่าเหงาหน่อยเดียว จัดแจงส่ง ซี ดี เกมส์ ต่างๆ นาๆมาให้ เป็นห่วงหลานก็หลานเหงา  พอหลานเป็นวัยรุ่น ที่นี่อยากจะให้มาอยู่กับเราซะงั้น เฮ้อออ
และเราก็รู้ดีอยู่แล้วว่า การมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่ มันไม่ได้ง่ายๆเลย  ยิ่งทำให้คิดหนักมากเข้าไปอีก
ดีจังค่ะ ลูกชายเข้าเป็นนักเรียนทหารได้ แค่นี้ก็ภูมิใจแล้วค่ะสำหรับคนเป็นแม่อย่างเราๆ 
เดียวเดือนมีนา นี้จะกลับไทย จะไปถามเค้าอีกครั้งค่ะ
Back to Top
lala10 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Jun 2010
Location: CH-swissgerman
Online Status: Offline
Posts: 4491
Post Options Post Options   Quote lala10 Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 02 Feb 2013 at 20:49 - IP: 85.4.60.218 IP Information
ขออนุญาตข้ามบ้านมาแชร์นะคะ   เราเป็นคนนึงที่ใจแข็งทิ้งลูกไว้เมืองไทยค่ะ  ลูกอายุยี่สิบกว่าแล้ว  เราว่าเป็นการทรมานเด็กๆ ยิ่งคนไม่มีทักษะเรียนภาษาและไม่ชอบเรียนจะเครียดมาก   เราคิดว่าลูกผู้ชายต้องการมีแฟนและคอนเนคชั่นเพื่อสร้างสังคม ครอบครัว ในอนาคตมากๆ  ขนาดคนชอบเรียนภาษาและไม่ติดเพื่อนแบบเรา  ยังเครียดเลยค่ะ ...ขอเป็นกําลังใจให้ได้อย่างก็เสียอย่างค่ะ
หลังไมค์ไม่ต้องนะคะ ไอแอมโนบอดี้ โนเนมค่ะ พิมพ์ไทยทีไรผิดตกหล่นขออภัย000Happy New Year 2017.
/2560.Life is more happy.
Durch Schaden wird man klug.
Stille Wasser sind tief.
Back to Top
rakthai_eed View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Jan 2011
Location: sverige
Online Status: Offline
Posts: 2806
Post Options Post Options   Quote rakthai_eed Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 Feb 2013 at 00:52 - IP: 83.254.203.90 IP Information
Originally posted by lala10

ขออนุญาตข้ามบ้านมาแชร์นะคะ   เราเป็นคนนึงที่ใจแข็งทิ้งลูกไว้เมืองไทยค่ะ  ลูกอายุยี่สิบกว่าแล้ว  เราว่าเป็นการทรมานเด็กๆ ยิ่งคนไม่มีทักษะเรียนภาษาและไม่ชอบเรียนจะเครียดมาก   เราคิดว่าลูกผู้ชายต้องการมีแฟนและคอนเนคชั่นเพื่อสร้างสังคม ครอบครัว ในอนาคตมากๆ  ขนาดคนชอบเรียนภาษาและไม่ติดเพื่อนแบบเรา  ยังเครียดเลยค่ะ ...ขอเป็นกําลังใจให้ได้อย่างก็เสียอย่างค่ะ
ขอบคุณ คุณ lala10  มากค่ะ   ใช่ค่ะ  เด็กกำลังวัยรุ่นนี่ ต้องคิดให้มากๆและต้องถ้วนถี่จริงๆ   ชีวิตเรา บางทีต้องได้อย่างเสียอย่างจริงๆนั่นแหละค่ะ   ขอเป็นกำลังใจให้เหมือนกันค่ะ
Back to Top
Thanradee View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 30 Jun 2010
Location: Sweden
Online Status: Offline
Posts: 106
Post Options Post Options   Quote Thanradee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 Mar 2013 at 17:53 - IP: 83.253.162.244 IP Information
ถามความสมัครของเด็กก่อนอันดับแรก เพราะเค้าโตแล้ว เค้าตัดสินใจเองได้แล้ว แรก ๆ คงต้องปรับตัวเข้ากันเยอะคะ สภาพอากาศ อาหาร ภาษา และ สังคมของที่นี้ 

สำคัญที่สุดแม่ต้องให้ความรักและความอบอุ่นและเวลาให้ลูกให้มากที่สุด แม่บางคนไม่เคย กอดลูก ลองกอดลูกดูนะคะ ใหม่ ๆ อาจจะไม่ชิน แล้วทำแล้วทำทุกวันจะรู้สึกดีมาก ๆ  พาเค้าไปด้วยทุกที เค้าจะได้ชินคะ ส่วน

เรื่อง ภาษาและการสร้างความคุ้นเคยของตัวเด็กเอง คงต้องใช้เวลา ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะนานมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับตัวเด็กตัว เพราะเด็กแต่ละคน ใช้เวลาไม่เท่ากัน แรก ๆ คงเหนื่อย คงเพลีย กับ ภาษา คงเหงา ก็เหมือนตอนเรามาอยู่ใหม่ ๆ สิ่งสำคัญคือ แม่ต้องให้กำลังใจเค้าเยอะ ๆ คะ และสามารถพูดคุยกับเค้าได้ทุกเรื่องให้เค้ารู้สึกว่า เราเป็นทั้งแม่และเพื่อน ที่เค้าสามารถไว้วางไว้คุยกันทุก ๆ เรื่อง 

เด็กแต่ละคน ไม่เหมือนกันด้วยนะคะ อยู่ที่ตัวเด็กด้วยว่าอุปนิสัยยังไง อดทนไหม รักดีไหม หรือ เกเรไหม แม่ก็น่าจะรู้จักนิสัยลูกตัวเองได้ดีที่สุด หรือ ถ้าแม่ไม่ได้ดูแลลูกใกล้ชิด ตอนที่เค้าอยู่ไทย ก็คงต้อง ใจเย็น ๆ และใช้เวลาในการเลี้ยงดู อบรมคะ 

ถ้าเด็กไม่เกเร รักดี ไม่เกิน  ปี  2 ปี คงพูดภาษาสเว้นได้คล่องคะ สำคัญคือการคบเพื่อนด้วย เห็นเด็กไทยหลายคนคบกันเป็นแก๊งค์พากันโดนเรียน แบบนี้ไม่เวริค์คะ แต่ยังไงแล้ว ส่วนตัวคิดว่า สมองเด็กเค้ารับและเรียนรู้ได้เร็วกว่าพวกเราอยู่แล้ว  แต่ผุ้ปกครองแต่ละคนก็คิดต่างกันนะคะ แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคน

ยังไงก็ขอให้คุณแม่ ไม่หนักใจนะคะ
โชคดีคะ



Mon 1971/Gävle,Sweden



Back to Top

Forum Jump Forum Permissions View Drop Down



This page was generated in 0.142 seconds.
ติดต่อทีมงานฯ DOTCOMTHAI Support

free counters